โพสต์นี้มีลิงก์ Affiliate หากสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์จะได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อย โดยที่ราคาสำหรับคุณเท่าเดิม
ใครที่เคยต้องถอดล้อรถแล้วต้องใช้บล็อกมือออกแรงไขทีละตัว คงรู้ว่ามันเมื่อยแค่ไหน บล็อกไฟฟ้าไร้สายช่วยให้งานแบบนี้เร็วขึ้นมาก แต่พอเปิดดูตามร้านค้าออนไลน์ก็จะเจอหลายรุ่นพร้อมตัวเลขแรงบิดที่ดูคล้ายกันไปหมด บทความนี้จะไล่ดูสเปคของ OSUKA ทีละรุ่นแบบเข้าใจง่าย พร้อมบอกว่ารุ่นไหนเหมาะกับงานแบบไหน ถ้าอยากรู้ว่าควรเลือกตัวไหนก่อนกดสั่ง ลองอ่านต่อได้เลยครับ
กดดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดบน Shopee ที่นี่
เจาะสเปคหลักของบล็อกไร้สาย OSUKA ทั้ง 4 รุ่น
ทั้ง 4 รุ่นใช้แบตเตอรี่ 20V มอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน (Brushless) และหัวจับลูกบล็อกขนาด 1/2 นิ้ว (4หุน) ความต่างหลักอยู่ที่แรงบิด ความเร็วรอบ และน้ำหนักตัวเครื่อง ตารางด้านล่างสรุปค่าที่ระบุไว้ในรายการสินค้าเพื่อให้เทียบกันได้ง่าย
| รุ่น | แรงบิดขันคลาย (Nm) | แรงบิดขันเข้า (Nm) | BPM สูงสุด | RPM สูงสุด | ความยาวตัวเครื่อง | น้ำหนักตัวเปล่า |
|---|---|---|---|---|---|---|
| OSID-520 | 440 | 420 | 4,800 | 4,400 | - | 1.0 kg |
| OSID830 | 650 | 350 / 450 / 520 (3 ระดับ) | 3,250 | 2,400 | 12 cm | 1.17 kg |
| OSID831 | 800 | 620 | 3,500 | 2,500 | 14 cm | 1.28 kg |
| OSID832 | 1,100 | 920 | 2,900 | 2,100 | 17 cm | 1.9 kg |
รุ่น LT520 ใช้สเปคเดียวกับ OSID-520 ส่วนของแถมในแต่ละชุดขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่สั่ง จึงควรเช็กในหน้าตัวเลือกอีกครั้งก่อนกดซื้อ
มอเตอร์ไร้แปรงถ่าน ออกแบบมาเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวขึ้น
จุดขายหลักของทั้งซีรีส์คือมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน ซึ่งออกแบบมาให้มอเตอร์ไม่ไหม้ง่ายและใช้งานได้นานกว่ามอเตอร์แบบแปรงถ่าน เพราะไม่มีแปรงถ่านที่ต้องสึกหรอตามการใช้งาน สำหรับคนที่ใช้บล็อกเป็นประจำ เรื่องนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องการเปลี่ยนอะไหล่ได้มาก
Reverse Self stop ช่วยกันน็อตกระเด็น
ทั้ง 4 รุ่นมีระบบ Reverse Self stop ที่หยุดการทำงานเมื่อขันน็อตออกแล้ว ฟีเจอร์นี้เป็นประโยชน์มากตอนถอดล้อ เพราะน็อตจะไม่หลุดกระเด็นลงพื้นหรือหายไปใต้รถ ใครเคยทำน็อตหายตอนถอดล้อคงรู้ว่าช่วยประหยัดเวลาได้ขนาดไหน
ปรับรอบได้และไฟ LED ในที่มืด
รุ่น OSID-520 ปรับรอบได้ 2 ระดับ ส่วนรุ่น OSID830, OSID831 และ OSID832 ปรับได้ 3 ระดับ ช่วยให้เลือกความแรงให้เหมาะกับงาน เช่น ระดับเบาสำหรับขันน็อตที่ยังไม่ฝืดมาก และระดับแรงสำหรับน็อตที่ติดแน่น นอกจากนี้ทุกรุ่นมีไฟ LED ช่วยให้ทำงานในที่มืดหรือใต้ท้องรถได้สะดวกขึ้น
ข้อดีและข้อสังเกต
ข้อดี
- รุ่น OSID-520 มีน้ำหนักตัวเปล่าเพียง 1.0 kg เหมาะกับคนที่ไม่ได้ถนัดถือเครื่องมือหนักนานๆ
- รุ่น OSID830 มีตัวเครื่องยาว 12 cm ออกแบบมาให้ตัวสั้นและคล่องตัว เหมาะกับการทำงานในพื้นที่แคบ
- มีการรับประกันซ้อนกัน คือประกัน OSUKA 1 ปี และร้านเอกสตีลให้เพิ่มอีก 1 ปี พร้อมฟรีค่าแรงตามเงื่อนไขของร้าน
- ตัวเลือกบางรายการมาพร้อมแบต 4Ah จำนวน 2 ก้อนและแท่นชาร์จ ทำให้มีแบตสำรองไว้เปลี่ยนระหว่างงานได้
ข้อสังเกต
- แรงบิดที่ระบุเป็นค่าจากสเปค มีผู้ใช้บางรายบอกว่าแรงจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขที่ระบุ จึงควรเผื่อแรงไว้ โดยเฉพาะตอนถอดน็อตที่ติดแน่นมากแล้ว
- มีผู้ใช้บางรายบอกว่า OSID-520 ใช้ถอดล้อรถกระบะแล้วถอดไม่ออก ถ้างานของคุณคือล้อรถขนาดใหญ่หรือรถกระบะ ควรดูรุ่นที่แรงบิดสูงกว่า เช่น OSID-832 ก่อนตัดสินใจ
- แบตของ OSID-520 และ OSID830 ที่มาในชุดพื้นฐานมีความจุ 2.0Ah ถ้าเทียบกับแบต 4.0Ah จะทำงานได้ต่อเนื่องน้อยกว่า ควรเช็กขนาดแบตและจำนวนก้อนในตัวเลือกที่สั่งทุกครั้ง
- รุ่น OSID-832 หนักที่สุดในกลุ่มตั้งแต่ตัวเปล่า ถ้าต้องใช้ถือทำงานเหนือหัวนานๆ จะเมื่อยกว่ารุ่นเล็ก
- เรื่องการดูแล ควรใช้เครื่องตามกำลังและพักเป็นระยะ ไม่ใช้ในอากาศที่ร้อนจัด และทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน โดยเฉพาะเศษหญ้าที่อัดแน่นในส่วนมอเตอร์ เพราะอาจทำให้เครื่องหยุดทำงานได้
คุ้มไหม? เหมาะกับใคร
ถ้าเทียบกับการใช้บล็อกมือ บล็อกไร้สายคุ้มค่ามากเมื่อต้องทำงานซ้ำๆ เช่น ถอดล้อ ไขน็อตตอนเช็กสภาพรถ หรืองาน DIY เล็กๆ ที่บ้าน ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่คือ OSID-520 เพราะน้ำหนักเบาและราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับรุ่นแรงสูง ส่วนคนที่ต้องถอดล้อรถกระบะหรือเจองานน็อตแน่นเป็นประจำ ควรมองรุ่น OSID-831 หรือ OSID-832 ที่มีแรงบิดสูงกว่า แต่ต้องยอมรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานหนักต่อเนื่องทั้งวันในงานอู่ เพราะการพักเครื่องเป็นระยะคือสิ่งที่ช่วยยืดอายุการใช้งาน และเรื่องการชาร์จหรือเก็บแบต ควรใช้แท่นชาร์จที่มาในชุดและทำตามคู่มือของผู้ผลิตเสมอ เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของแบต